1.26.2554

เอสเซนเชียลออยล์(Essential Oil)

วงการสปา เรามักจะได้ยินหรือได้เห็นคำว่าเอสเซนเชียลออยล์อยู่ประจำ
เอสเซนเชียลออยล์


เอสเซนเชียลออยล์ คืออะไร ?
เอสเซนเชียลออยล์ คือ น้ำมันที่สกัดได้จากต่อมน้ำมันหรือเซลล์ชนิดพิเศษในพืช หรือจากเนื้อเยื่อของต้นไม้บางชนิด


น้ำมันเหล่านี้ทำให้พืชแต่ละชนิดมีกลิ่นเฉพาะตัว กล่าวกันว่าเอสเซนเชียลออยล์ เปรียบ
เสมือนกับวิญญาณของพืชเลยทีเดียว น้ำมันหอมระเหยหรือเอสเซนเชียลออยล์จากพืชชนิดใดบ้าง
เราคงรู้จักกับน้ำมันหอมระเหยหรืออโรมาเธอราพีมากขึ้นแล้ว คราวนี้ลองมา
ดูว่าพืชตัวใดบ้าง ที่นำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยได้ดีในบ้านเรา มีผู้เชี่ยวชาญ
ในเรื่องนี้ให้ข้อมูลว่า พืชที่ให้กลิ่นหอมที่ปลูกในบ้านเรา นำมาแบ่งเป็น 7 ประเภทดังนี้

1.พืชที่ดอกมีกลิ่นหอม
ได้แก่กุหลาบ มะลิลา มะลิซ้อน มะลิวัลย์ มะลิเลื้อย กระดังงา กฤษณา กระดงงาจีน การเวก กาหลง แก้ว กระถินหอม กาแฟ กุมาริกา กันเกรา การะเกด กล้วยไม้ กานพลู ขจร เขี้ยวกระแตเข็มหอม คัด เค้า จันทน์กะพ้อ จำปูน จำปา จำ ปี ชัยพฤกษ์ ชงโค ชะเอม ชำมะนาด ซ่อนกลิ่น ตันหยง
เทียนกิ่ง นมแมว นิลุบล น้ำผึ้ง นมตำเรีย นางแย้ม บัวเผื่อน บุนนาค บานบุพีอม บานเช้า ปทุม ประยงค์ ประดู่ ปีบ พะยอม พิกุล พุด พุดข้อน พุทธขาด พลับพลึง
มณฑา โมก ยี่โถ ยี่หุบ ราตรี ลดาวัลย์ ลำเจียก ลั่นทมลำดวน เจ็บมือนาง โศก สายหยุด สนสร้อย เสาวรส สายน้ำ ผึ้ง

2.พืชที่ใบมีกลิ่นหอม ได้แก่
กะเพราขาว กะเพราแดง กะเพราช้าง โหระพา จันทน์หอม กระพังหอม ตะไคร้ ตะไคร้หอม เตยหอม เนียม ผักชี ผักชีฝรั่ง พิมเสน พลู
มะกรูด แมงลัก ยูคาลิปดัส สะระแหน่ โหระพา

3.พืชที่เปลือกมีกลิ่นหอม ได้แก่
กระแจะ กระเทียมต้น ไม้หอม พณาปราย กะพังหัน การบูร อบเชย เอสเซนเชียลออยล์

4.พืชที่ผลหรือเคล็ดมีกลิ่นหอม ได้แก่
โกโก้ จันทน์เทศ กระวาน กาแฟ ยี่หร่า เร่ว ส้ม (ผิว) พริกไทย มะกรูด (ผิว)

5.พืซทีรากมีกลิ่นหอม ได้แก่
กระชาย กระต่ายขาว ขิง ขา ขมิ้นชัน ไพล แฝกหอม

6.พืชที่ต้นมีกลิ่นหอม ได้แก่
กฤษณา ตะไคร้ ตะไคร้หอม ตะไคร้ต้น จันทน์หอม จันทนา กำลังเสือโคร่ง จันทน์ จันทน์ชะมด

7.พืชทียางมีกลิ่นหอม ได้แก่ กำยาน

ข้อควรระวังในการใช้เอสเซนเชียลออยล์
มีข้อควรระวัง ต่างๆในการใช้เอสเซนเชียลออยล์ ดังนี้
- ห้ามรับประทาน สอดใฟในช่องคลอด หรือทวารหนัก
- ห้ามใช้เอสเซียนเชียนออยล์บริสุทธิ์ 100 0/0 ทาผิวหนังโดยตรง แต่ถ้าจะใช้ก็ต้องผสมให้เจือจางเสียก่อนก่อนที่จะนำไปใช้ ยกเว้นในบางกรณี เช่น แผล แมลงกัดต่อย แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกขนาดเล็ก และแผลสดขนาดเล็กที่สามารถใ้น้ำมันลาเวนเดอร์ หรือน้ำมันที-ทรีบริสุทธิ์ 100 % ได้ในปริมาณ 1-2 หยด
- ระวังไม่ให้เอสเซียนเขียนออยล์เข้าตา ถ้าเข้าตาให้ล้างด้วยน้ำเย็นสะอาดมาก ๆเป็นเวลาอย่างต่ำ 5 นาที และหลังจากการล้างแล้ว 15 นาทียังมีอาการแสบตาอยู่อีก ให้รีบปรึกษาแพทย์
- ควรใช้เอสเซนเชียลออยล์ในปริมาณที่เหมาะสม ถ้ามากเกินไปอาจเกิดการระคายเคือง ปวดศีรษะ คลื่นไสั หรืออาจรู้สึกไม่สบายได้
- หลีกเลี่ยงการใช้เอสเซนเชียลออยล์ชนิดเดียวติดต่อกันเกิน 2 เดือน และในสัปดาห์ควรมีวันพักสัก 1 วัน
- ไม่ควร์ใช้เอสเซนเชียลออยล์ที่ไม่ทราบชื่อทางวิทยาศาสตร์หรือไม่มีเอกสารเกี่ยวกับวิธีใช้และความปลอดภัย เพื่อความปลอดภัยควรพิจารณาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างเพียงพอ
- ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ให้หลีกเลี่ยงการใช้เอสเซนเชียลออยล์โดยการสูดดมไอน้ำ
- กรณีที่ผิวแพ้ง่าย ควรทำการทดสอบการแพ้ก่อนใช้เอสเซนเชียลออยล์ในแต่ละชนิด
- เอสเซนเชียลออยล์จากผลไม้ตระกูลส้ม จะไวต่อรังสีอัลตรา-ไวโอเล็ต จะทำให้ผิวไหม้แดดได้ง่าย จึงควรหลีกเลี่ยงแดด หลังการทา ซึ่งเราสามารถทา หรือนวดในร่มผ้าได้
- ห้ามใช้เอสเซนเชียลออยล์ดังต่อไปนี้ ในกรณีที่เป็นลมบ้าหมู คือ โรสแมรี เซจ สวีทเฟนเนล และอีสสพ เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดการชักได้
- สำหรับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ควรหลีกเลี่ยงเอสเซนเชียลออยล์ ดังต่อไปนี้ คือ โรสแมรี เซจ ไทม์ และฮีสสพ
- สำหรับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำ ให้หลีกเลี่ยงการใช้เอสเซนเชียลออยล์ดังต่อไปนี้ คือ สวีทมาจอร์รัม ลาเวนเดอร์ กระดังงา


สำหรับสตรีมีครรภ์ ห้ามใช้เอสเซนเชียลออยล์ดังต่อไปนี้ คือ เปปเปอร์มินท์
โรสแมรี และเพื่อความปลอดภัย ไม่ควรใช้เอสเซนเชียลออยล์ ทุกขนิดกับสตรีที่มีครรภ์ต่ำกว่า 3 เดือน

อย่างไรก็ตาม การใช้้ผลิตภัณฑ์ประเภทสปาที่มีน้ำมันหอมระเหยเป็นส่วนประกอบมีข้อควรระวังอยู่หลายประการได้แก่
- หลีกเลี่ยงการใช้ในระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 3 เดือน
- หลีกเลี่ยงการใช้ในกลุ่มที่มีปัญหาความดันโลหิต
- หลีกเลี่ยงการใช้ในกลุ่มทีมีอาการชัก
- หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดโดยตรงหลังจากการใช้ผลิตภัณฑ์
- ไม่ควรให้รวมกับแอลกอฮอล์
- ไม่ควรใช้กับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย


ข้อมูลอ้างอิงจาก หนังสือ มีชีวิตเพิ่มชีวา กับสปาในบ้าน


11.05.2553

ธุรกิจสปา

spa

เข้าใจธุรกิจสปาสักนิด ธุรกิจสปานั้น เป็นงานบริการที่ชับซ้อน หลากหลาย และละเอียดอ่อน ในการให้บริการในสปา ไม่เพียงแต่ว่าจะต้องมีสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยัง จะต้องสามารถเข้าถึงหรือสร้างการยอมแก่ลูกค้า เพื่อให้เกิดการตัดสินใจซื้อ อย่างมีประสิทธิภาพให้ได้ด้วย ดังนั้นการตลาดบริการ (Service Marketing) จึงสิ่งที่มี ความท้าทาย และมีความสำคัญต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของกิจการเป็น อย่างมาก เราจึงจำเป็นที่จะต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาดมาเป็นเครื่องมือในการ สร้างความได้เปรียบและความสำเร็จในการแข่งขัน แต่ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า ลักษณะของผลิตภัณฑ์ประเภท “บริการ” นั้นแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นสินค้า อย่างไรบ้าง โดยทั่วๆไปความแตกต่าง 5 ประการมีดังนี้

1.บริการไม่สามารถจับต้องได้( Intangible )
บริการไม่สามารถมองเห็นได้หรือรู้สึกได้ก่อนซื้อ ลูกค้าจะรับรู้บริการได้ก็ต่อเมื่อมีการทดลองใช้

2.บริการไมสามารถแบ่งแยกได้ (Inseparable)
เพราะการบริการมีข้อจำกัดในเรื่องของปัจจัยในการให้บริการ คือ บุคคลและเวลา จึงทำให้ สามารถบริหารได้เพียงครั้งละราย ในขณะที่สินค้าสามารถผลิตได้ จำนวนมาก และสามารถแบ่งย่อยขายให้ผู้บริการได้พร้อมกันหลายๆ รายได้

3.บริการมีความไม่แน่นอน (variable)
การให้บริการเป็นศิลปะที่ไม่สามารถควบคุมให้เหมือนกันเป็ะๆได้ ในการนวดแต่ครั้ง แม้จะเป็น Therapist คนเดียวกัน ขั้นตอนเดียวกัน แต่ผลลัพธ์หรือบรรยากาศที่ได้จากการบริการก็อาจไม่เหมือนกันทุกครั้ง ในขณะที่สินค้าสามารถผลิตออกมาจำนวนมากๆ เหมือน กันได้

4.บริการจัดทำมาตรฐานได้ยาก (Heterogeneous)
ปัจจัยหลักของการบริการคือ คน การสร้างมาตรฐานในการจัดการคน นั้นเป็นเรื่องยากและ น่าปวดหัวมากๆ

5.บริการไม่สามารถเก็บไว้ได้ ((Non-perishable)
เราสามารถสต็อกสินค้าตามควานต้องการแต่ละช่วงที่อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ แต่สำหรับ บริการนั้นไม่สามารถทำได้ ที่นั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องใช้เทคนิค การบริหารช่วงเวลาเข้ามาช่วย เพื่อกระจายความต้องการในการใช้บริการ แทนที่จะเตรียมบริการเผื่อ เพราะเราสามารถจ้างพนักงานชั่วคราวเพิ่มได้
แต่เพียงกับห้องนี่สิ จะทำอย่างไร

คุณสมบัติหลักของการบริการในเบื้องต้นนั้น คือ บริการต้องสามารถตอบสนอง
ความต้องการพื้นฐานของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ใด้ก่อน เช่น การบริการด้านสปา
ความต้องการพื้นฐานคือการได้รับสุนทรียภาพและการผ่อนคลายผ่านทางสัมผัสทั้งห้า
หรือ บริการนวดแผนไทย ความต้องการพื้นฐานคือการผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้หาย
ปวดเมื่อย สบายตัว เป็นต้น การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าจะต้องบริการให้
ตรงกับความต้องการของลูกค้า แต่ในการบริการที่มีการแข่งขันสูง และมีความ
สามารถในการให้บริการได้ใกล้เคียงกัน ลูกค้าจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง จึงจำเป็น
ที่จะต้องสร้างความแตกต่างให้แก่ผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น สปาแต่ละที่ จะมีบริการ
หลักเหมือนๆ หรือใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะ Day Spa ซึ่งเน้นเรื่องการผ่อนคลายและ
ความสวยงามมากกว่าการบำบัด ความแตกต่างระหว่างบริการในแต่ละที่ไม่ได้
ชัดเจนมาก ถ้าไม่มีการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ในการบริการ ลูกค้าก็จะรู้สึก
ว่าใช้ของที่ไหนก็ได้ และมักจะเลือกใช้บริการที่มีราคาต่ำกว่า หรือสะดวกต่อการ
เดินทางมากกว่า ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีบริการเสริมที่ช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับบริการหลัก
ความเอาใจใส่ต่อลูกค้า บริการก่อนและหลังการรับบริการ เช่น มุมพักผ่อน การ
ให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพผ่านทาง เว็บไซต์ หรือ Direct Mail มีสิ่งอำนวยความ
สะดวกในสปา เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร อาหารและเครื่องดื่ม การบริการของ
พนักงาน ที่นอกจากจะให้บริการด้านสปาแล้ว ยังให้การอำนวยความสะดวกในด้าน
ต่างๆ เช่น การเตรียมห้องน้ำที่สะอาดสำหรับลูกค้าการจัดพนักงานถือร่มส่งที่จอด
รถเวลาฝนตก ฯลฯ
เหล่านี้จะเป็นการสร้างให้ลูกค้าเห็นความแตกต่าง และจะช่วยสร้างความประทับใจและพึงพอใจให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญของการบริการนั้นคือ การที่เราจะต้องเข้าใจธรรมชาติของลูกค้าว่ามีพฤติกรรมทั้งที่เป็นบวกและลบและมีความต้องการไม่มีที่สุด การบริการจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่ลุด ในขณะเดียวกันต้องสร้างความแปลกใหม่ในการบริการ เพื่อให้เกิดจุดขายที่ลูกค้าประทับใจและเป็นการดึงดูด ลูกค้าต่อไป จะเห็นได้ว่าการบริการเป็นสิ่งที่สามารถสัมผัสได้ ไม่สามารถมอง เห็นด้วยตาเปล่า ลูกค้าจะเลือกใช้บริการที่ไหน อย่างไร ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม และความรู้สึกคาดหวังจะได้ หากสามารถบริหารได้ตรงตามความต้องการ และสร้างความพึงพอใจให้เกิดขึ้นได้ จึงจะถือได้ว่าการบริการของเรานั้นประสบ ความ สำเร็จ